Blog

รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ ส่งของไปต่างประเทศ

บริการ รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการ ส่งของไปต่างประเทศ แบบ Door-to-Door

ส่งของไปต่างประเทศไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายสินค้า แต่คือการบริหาร ‘ความเชื่อมั่น’ จากต้นทางถึงปลายทาง ทุกขั้นตอนต้องแม่นยำ และทำงานประสานกันเหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักรเดียวกัน ตั้งแต่ Freight Forwarder ไปจนถึงรถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมทุกจุดเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ดังนั้น Freight Forwarder Thailand มืออาชีพจึงไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการ แต่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนถึงมาตรฐานและความใส่ใจในรายละเอียดที่ผู้นำธุรกิจไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ระบบส่งของต่างประเทศแบบ Door-to-Door บทบาทของรถคอนเทนเนอร์ ไปจนถึงมุมมองของผู้นำที่ต้องบริหารทั้งระบบโลจิสติกส์และภาพลักษณ์ เพื่อยกระดับธุรกิจสู่เวทีระดับสากล เจาะลึกระบบ Door-to-Door และความสำคัญของ รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ บริการ Door-to-Door คือโซลูชันอำนวยความสะดวกที่รับสินค้าจากหน้าโรงงานผู้ขายไปส่งถึงมือผู้ซื้อโดยตรง ผู้ให้บริการจะดูแลครบทุกมิติ ทั้งการขนส่งภายในประเทศ พิธีการศุลกากร ไปจนถึงการขนส่งระหว่างประเทศ 1. หน้าที่ของ Freight Forwarder ในระบบขนส่ง Freight Forwarder คือตัวกลางหลักที่ทำหน้าที่ประสานงาน ตั้งแต่การจองระวางเรือหรือเครื่องบิน ไปจนถึงการจัดการเอกสารให้ถูกต้องแม่นยำ หากมีเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลก จะทำให้สามารถวางแผนเส้นทางที่ยืดหยุ่นและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมืออาชีพ 2. รถคอนเทนเนอร์ กับ รถหัวลาก ต่างกันอย่างไร? รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ หรือที่คุ้นหูในชื่อ รถคอนเทนเนอร์ เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีกำลังลากจูงสูง หน้าที่หลักคือการนำตู้เปล่าไปยังโรงงานเพื่อโหลดสินค้า จากนั้นลากไปยังท่าเรือ […]

บริการ รถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการ ส่งของไปต่างประเทศ แบบ Door-to-Door Read More »

ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ Sea Freight

คู่มือมาตรฐาน ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และกลยุทธ์เลือกใช้ Sea Freight ให้คุ้มค่าธุรกิจ

กลยุทธ์ของธุรกิจนำเข้า-ส่งออกไม่ได้วัดกันที่ราคาเสมอไป แต่ชนะกันที่การวางแผนเพื่อควบคุมต้นทุน หากบริหารจัดการพื้นที่และวิธีการขนส่งได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น Sea Freight สำหรับสินค้าจำนวนมาก, Air Freight ในเวลาเร่งด่วน หรือ Break-bulk สำหรับสินค้าขนาดพิเศษ สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ หรือ Container Dimension เพื่อเลือกขนาดตู้ที่ตอบโจทย์สินค้าได้แม่นยำที่สุด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของขนาดตู้คอนเทนเนอร์ ไปจนถึงการเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้การบริหารโลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ เจาะลึก ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Size) มาตรฐานที่นิยมใช้ทั่วโลก ตู้คอนเทนเนอร์คือหัวใจของการขนส่งทางเรือ เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งพื้นที่และต้นทุน ขนาดที่พอดีจะช่วยลดพื้นที่ว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง โดยมีขนาดมาตรฐานดังนี้ ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต (20ft Container Size) ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต เป็นขนาดที่ได้รับความนิยมสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากแต่ปริมาตรไม่สูง เช่น ข้าวสาร เหล็กเส้น หรือวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากโครงสร้างออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักได้ดี โดยมี Container Size ดังนี้ ขนาดภายใน : กว้าง 2.35

คู่มือมาตรฐาน ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และกลยุทธ์เลือกใช้ Sea Freight ให้คุ้มค่าธุรกิจ Read More »

ค่า Freight ส่งออก

มือใหม่ส่งออกควรรู้ ค่า Freight คืออะไร? เจาะลึกโครงสร้างค่าระวาง ขนส่งระหว่างประเทศ

ในการทำธุรกิจของบริษัทนำเข้าส่งออก ต้นทุนโลจิสติกส์นับว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินกำไรขาดทุนได้เลยทีเดียว แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สนามการค้าโลก อาจจะยังสับสนกับคำศัพท์เฉพาะทางมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ค่า Freight คือ อะไร? ต้องคำนวณแบบไหน? และมีความสำคัญอย่างไรต่อต้นทุนรวม? บทความนี้ Freight Rangers จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ ‘ค่าระวางสินค้า’ ในการขนส่งต่างประเทศ เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อต้องประสานงานกับบริษัทชิปปิ้ง พร้อมแชร์เทคนิคการวางแผนงบประมาณให้คุ้มค่า เพื่อให้การร่วมงานกับ Freight Forwarder Thailand เป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถควบคุมต้นทุนได้อยู่หมัด ค่า Freight คือ (หรือ ค่าเฟรท คือ) อะไรกันแน่? ค่า Freight คือ ค่าบริการขนส่งสินค้าจากจุดเริ่มต้นไปยังปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ (Sea Freight), ทางอากาศ (Air Freight) หรือทางบก (Land Transport) โดยราคาจะแปรผันตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะทาง น้ำหนัก ปริมาตร ประเภทสินค้า และรูปแบบการขนส่ง สรุปง่าย ๆ ค่าเฟรท

มือใหม่ส่งออกควรรู้ ค่า Freight คืออะไร? เจาะลึกโครงสร้างค่าระวาง ขนส่งระหว่างประเทศ Read More »

Freight Forwarder โลคอล vs ข้ามชาติ

เปรียบเทียบ Freight Forwarder โลคอล vs ข้ามชาติ แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย?

การขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกเป็นก้าวสำคัญของ SME ไทย แต่การจัดการด้านขนส่งระหว่างประเทศ และขนส่งต่างประเทศ มักเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย คำถามที่ผู้ประกอบการมักสงสัยคือ ควรเลือกใช้บริการตัวแทนขนส่งแบบไหนดี? บทความนี้ Freight Rangers จะพาบริษัทนำเข้าส่งออก ไปเจาะลึกและเปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด ระหว่าง freight forwarder ระดับโลคอล (Local) และระดับข้ามชาติ (Multinational) เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำว่า บริษัทชิปปิ้ง หรือ Freight Forwarder Thailand รูปแบบใดที่จะตอบโจทย์กับงบประมาณ ความยืดหยุ่น และพร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยผลักดันธุรกิจคุณให้เติบโตอย่างราบรื่นที่สุด 1. จุดเด่นของ Freight Forwarder รูปแบบบริษัทโลคอล (Local) สำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการความคล่องตัว บริษัทโลคอลมักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะบริหารงานในไทยเป็นหลัก เข้าถึงง่าย และสื่อสารภาษาเดียวกัน ทำให้การประสานงานรายละเอียดปลีกย่อยรวดเร็วและยืดหยุ่นกว่าได้มากกว่า บริการยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายสำหรับบริษัทนำเข้า-ส่งออกมือใหม่ ในช่วงเริ่มต้นของนำเข้า-ส่งออกที่ปริมาณสินค้ายังไม่มาก บริษัทโลคอลเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า เพราะรองรับงานสเกลเล็กหรือวอลลุ่มต่ำได้ มีความยืดหยุ่นในการปรับรูปแบบการขนส่งได้ดีกว่าบริษัทใหญ่ที่มีกฎระเบียบตายตัว เช่น การรวมตู้สินค้า (LCL) หรือจัดเส้นทางเพื่อประหยัดต้นทุน ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารงบประมาณที่จำกัดได้มีประสิทธิภาพมากกว่า บริษัท

เปรียบเทียบ Freight Forwarder โลคอล vs ข้ามชาติ แบบไหนเหมาะกับ SME ไทย? Read More »

ส่งของไปต่างประเทศ Fob

FOB Shipping Point vs. Destination จุดเปลี่ยนความรับผิดชอบที่ ‘นักบัญชี’ และ ‘จัดซื้อ’ ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนปิดดีล

ปัญหาคลาสสิกที่ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายบัญชีมักเจอเหมือนกันในธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ คือเรื่องเส้นแบ่งความรับผิดชอบความรับผิดชอบ สินค้าเสียหายกลางทะเลใครต้องเคลม? หรือค่าระวางเรือที่งอกออกมาใครต้องจ่าย? ฝ่ายจัดซื้ออาจมองเรื่องต้นทุนและอำนาจต่อรอง ขณะที่ฝ่ายบัญชีคิดถึงจังหวะลงสต็อกและการปิดงบ หากเข้าใจความหมายของ FOB Meaning ไม่ตรงกัน ปัญหาเล็กน้อยอาจลุกลามไปถึงเรื่องภาษี สต็อก และงบการเงินเมื่อเกิดความเสียหายระหว่างทาง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า FOB Term คืออะไร ระว่าง FOB Shipping Point และ FOB Destination แตกต่างกันอย่างไร นักบัญชีควรลงบันทึกเมื่อไร และฝั่งจัดซื้อว่าควรเลือกดีลแบบไหนเมื่อส่งของไปต่างประเทศ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันก่อนปิดดีล และลดความเสี่ยงให้บริษัทได้มากที่สุด FOB คืออะไร? ศัพท์พื้นฐานที่คนทำบริษัทนำเข้าส่งออกต้องแม่น FOB คือ ย่อมาจาก Free on Board คือ เงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ระบุว่า ความรับผิดชอบและความเสี่ยงจะโอนจากผู้ขายไปสู่ผู้ซื้อ ณ จุดไหน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ FOB Incoterms มาตรฐานสากลที่ใช้ในการส่งของต่างประเทศ FOB ไม่ได้บอกแค่ว่าใครจ่ายค่าขนส่ง แต่ยังกำหนดว่าใครต้องรับผิดชอบหากสินค้าสูญหายหรือเสียหายระหว่างทาง FOB Shipping Point vs FOB

FOB Shipping Point vs. Destination จุดเปลี่ยนความรับผิดชอบที่ ‘นักบัญชี’ และ ‘จัดซื้อ’ ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนปิดดีล Read More »

ส่งของไปต่างประเทศ HS Code

HS Code ผิดชีวิตเปลี่ยน จุดเล็กๆ ที่ทำให้บริษัทนำเข้าส่งออกต้องจ่ายภาษีแพงเกินจริง พร้อมวิธีแก้ไข

หากเราต้องมีบัตรประชาชนเพื่อใช้ระบุตัวตน HS Code ก็เป็นเหมือนรหัสระบุตัวตนของสินค้าในโลกการขนส่งระหว่างประเทศ ที่หากระบุผิดเพียงหลักเดียวก็ไม่ต่างอะไรจากการระบุตัวตนผิดคน ขณะที่บริษัทนำเข้าส่งออกมักโฟกัสไปที่การเปรียบเทียบค่าระวาง ค่าขนส่ง หรือระยะเวลาเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกที่สุด แต่กลับละเลยรายละเอียดในขั้นเดินพิธีการศุลกากร เพราะระบุพิกัดไม่ถูกต้องจนไปสู่การจ่ายภาษีเกินจริง หรือซ้ำร้ายกว่านั้นอาจโดนค่าปรับย้อนหลังที่ทำให้กำไรทั้งปีหายวับไปกับตา  บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า HS Code คืออะไร ทำไมการระบุพิกัดศุลกากรผิดจึงสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด พร้อมเจาะลึกความแตกต่างของรหัสในแต่ละประเทศและวิธีตรวจสอบให้แม่นยำ เพื่อให้ธุรกิจของคุณนำเข้าและส่งออกได้อย่างราบรื่น HS Code คืออะไร? ทำไมคนส่งของไปต่างประเทศต้องรู้ HS Code (Harmonized System Code) คือรหัสมาตรฐานสากลที่พัฒนาโดยองค์การศุลกากรโลก (WCO) เพื่อจำแนกประเภทสินค้าสำหรับกำหนดอัตราภาษีและสถิติการค้า ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าหรือส่งของต่างประเทศ สินค้าทุกชิ้นต้องมีรหัสนี้กำกับเพื่อระบุว่าต้องเสียอากรเท่าไร ต้องขอใบอนุญาตพิเศษหรือไม่ หรือมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีใดบ้าง หากระบุไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถประเมินภาษีได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ผู้ประกอบการมือใหม่ส่งของไปต่างประเทศมักมองข้าม 3 หายนะที่เกิดขึ้น เมื่อระบุ “พิกัดศุลกากร” ผิดพลาด จ่ายภาษีแพงเกินจริง กรณีที่พบได้บ่อยคือการเข้าพิกัดผิดหมวด เช่น อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ที่ควรเสียอากร 0% แต่หากจำแนกผิดไปอยู่ในหมวดพลาสติกอาจต้องเสียภาษีสูงถึง 10% กลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้เสียเปรียบทางการแข่งขัน โดนค่าปรับย้อนหลัง ในทางกลับกัน หากจงใจระบุพิกัดที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหวังเลี่ยงภาษี อาจผ่านด่านไปได้ในตอนแรก แต่กรมศุลกากรมีอำนาจตรวจสอบย้อนหลังได้หลายปี

HS Code ผิดชีวิตเปลี่ยน จุดเล็กๆ ที่ทำให้บริษัทนำเข้าส่งออกต้องจ่ายภาษีแพงเกินจริง พร้อมวิธีแก้ไข Read More »

ส่งของไปต่างประเทศ

5 เทคนิคแพ็ค “กระเช้าของขวัญ” ส่งของไปต่างประเทศ ไม่ให้พังและไม่โดนตีกลับ

เทศกาลปีใหม่คือช่วงเวลาแห่งการส่งความสุขไปให้คนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคู่ค้าต่างประเทศ และของขวัญยอดนิยมก็คือ ‘กระเช้าของขวัญ’ ที่มีความหมายให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่แรกเห็น แต่กระเช้าเหล่านี้มักเปราะบางและเสียหายง่าย โดยเฉพาะส่งของไปต่างประเทศ เพราะทั้งรูปทรงที่จัดยาก ของด้านในแตกหักง่าย และต้องผ่านการขนส่งหลายต่อ คงไม่มีใครอยากให้ผู้รับเปิดกล่องมาแล้วเจอขวดแตก ขนมเละ หรือของหายระหว่างทาง Freight Rangers จะพาไปดูวิธีแพ็คกระเช้าแบบมืออาชีพ สำหรับการส่งของต่างประเทศให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและไม่ถูกตีกลับที่ด่านศุลกากร ทำไมการส่งกระเช้าแบบ “เปิดโล่ง” ถึงไม่ควรทำเมื่อส่งของไปต่างประเทศ? กระเช้าที่ห่อพลาสติกใสและผูกโบว์แบบที่เราคุ้นตาในสรรพสินค้า พร้อมส่งต่อให้กันทันที มักไม่เหมาะกับการส่งข้ามประเทศ เพราะเสี่ยงต่อโดนทับ พลาสติกฉีกขาด หรือของกระแทกกันเองจนเสียหาย ทางที่ดีควรนำของออกมาจัดใหม่ลงกล่องเพื่อความปลอดภัยมากกว่า 5 ขั้นตอนแพ็คกระเช้าของขวัญ เพื่อส่งของไปต่างประเทศ (ฉบับมือโปร) หากต้องแพ็กกระเช้าของขวัญ เพื่อส่งของต่างประเทศอย่างปลอดภัย ต้องเริ่มต้นด้วยรู้จักวิธีจัดการกับสินค้าแต่ละประเภท มาดู 5 สเต็ปที่จะทำให้การส่งของไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายราวกับมือโปรจัดเอง ดังนี้เลย 1. แยกของออกจากตะกร้าและคัดเลือกของ (Deconstruct) เริ่มจากนำของทุกชิ้นออกจากตะกร้าเพื่อลดขนาดกล่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าขนส่ง ยังช่วยให้ตรวจสอบสภาพของแต่ละชิ้นก่อนแพ็กว่า มีรอยร้าว แตก หรือไม่เหมาะกับการส่งหรือไม่ 2. ห่อกันกระแทกแยกชิ้น (Bubble Wrap is King)

5 เทคนิคแพ็ค “กระเช้าของขวัญ” ส่งของไปต่างประเทศ ไม่ให้พังและไม่โดนตีกลับ Read More »

sea freight

สำรวจอนาคตโลจิสติกส์ Green Shipping ส่องเทรนด์ใหม่เพื่อโลกยั่งยืน

สำหรับการขนส่งโลจิสติกส์ในวันนี้ ความเร็วและต้นทุนต่ำไม่ใช่เพียงคำตอบเดียวของธุรกิจ แต่ “ความยั่งยืน” (Sustainability) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่ง แม้การขนส่งทางเรือหรือ Sea Freight จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าการขนส่งทางอากาศ แต่เมื่อปริมาณการค้าทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Green Shipping ขนส่งทางเรือจึงถูกยกระดับจากทางเลือก มาเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจกับโลก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งคู่ค้าและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแรงผลักดันของเทรนด์นี้ พร้อมนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนภาพการขนส่งสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม ทำไม Green Shipping จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ธุรกิจต้องปรับตัว? ในอดีตมักถูกเลือกจากราคาและระยะเวลาเป็นหลัก แต่วันนี้ความกดดันจากทั้งกฎหมายสากลและพฤติกรรมผู้บริโภค กำลังทำให้การขนส่งสีเขียวไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว  มาดูกันว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้การขนส่งทางทะเล กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมการเดินเรือ ข้อกำหนดของ IMO: กฎหมายสากลที่บีบให้สายเรือต้องลดการปล่อยก๊าซ องค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ หรือ IMO ได้บังคับใช้มาตรการอย่าง EEXI (Energy Efficiency Existing Ship Index) และ CII (Carbon Intensity Indicator) เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเรือเดินทะเล ส่งผลให้สายเรือต้องปรับปรุงเทคโนโลยีหรือเปลี่ยนวิธีการเดินเรือให้สอดคล้องกับมาตรการเหล่านี้  ด้านผู้ใช้บริการ ที่เลือกสายเรือไม่ผ่านมาตรฐานอาจนำไปสู่ค่าบริการที่สูงขึ้นหรือข้อจำกัดในการขนส่งในอนาคต แรงกดดันจากผู้บริโภค: เมื่อคู่ค้าและลูกค้าเลือกแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

สำรวจอนาคตโลจิสติกส์ Green Shipping ส่องเทรนด์ใหม่เพื่อโลกยั่งยืน Read More »

ส่งของไปต่างประเทศ ปีใหม่

เช็กตาราง Cut off ให้ไม่พลาด ส่งของไปต่างประเทศก่อนปีใหม่ ได้ถึงวันไหน

ช่วงสิ้นปีถือเป็นนาทีทองของหลายธุรกิจ เพราะเป็นช่วงที่การซื้อขายทั่วโลกคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะก่อนเทศกาลสำคัญอย่างคริสต์มาสและปีใหม่ ทุกคนต้องการสั่งสินค้าหรือส่งของไปต่างประเทศให้ถึงมือผู้รับทันเวลา ทำให้การขนส่งมี ‘เส้นตาย’ ที่เร็วกว่าปกติ เนื่องจากปริมาณงานทั่วโลกพุ่งสูงมากขึ้น หากคุณมีแผนส่งของต่างประเทศช่วงนี้ การวางแผนและเช็กตาราง Cut-off Time จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะหากพลาดกำหนด พัสดุอาจถึงปลายทางล่าช้าและทำให้คุณพลาดโอกาสสำคัญทางธุรกิจได้ มาเช็กตาราง Cut-off Time และเตรียมตัวล่วงหน้าได้ในบทความนี้เลย ทำไมช่วงสิ้นปีการส่งของต้องมี “เส้นตาย” ที่เร็วกว่าปกติ โดยปกติแล้วขนส่งจะมีช่วงเวลามาตรฐาน แต่เมื่อเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ตารางการขนส่งจะถูกร่นให้เร็วขึ้น โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้ ปริมาณพัสดุพุ่งสูงสุด เพราะเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ ทั้ง Black Friday, Cyber Monday, คริสต์มาส และปีใหม่ ทำให้ปริมาณการส่งของไปต่างประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชนตั้งแต่การจองพื้นที่ขนส่ง การโหลดสินค้า การขนถ่าย ไปจนถึงการนำจ่ายในประเทศปลายทาง การหยุดทำการของศุลกากรและพนักงานส่งของในประเทศปลายทาง ประเทศปลายทางส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในโซนยุโรปและอเมริกา มักมีวันหยุดยาวกว่าประเทศไทย พนักงานในส่วนต่าง ๆ ของซัพพลายเชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ศุลกากรก็จะหยุดทำการในช่วงเทศกาล ทำให้การเคลียร์สินค้าเพื่อนำเข้าประเทศและการนำจ่ายพัสดุเป็นไปอย่างล่าช้าหรือหยุดชะงัก หากสินค้ามาถึงช้าเพียงไม่กี่วัน อาจต้องรอจนหลังปีใหม่เลยทีเดียว ตาราง Cut-off

เช็กตาราง Cut off ให้ไม่พลาด ส่งของไปต่างประเทศก่อนปีใหม่ ได้ถึงวันไหน Read More »

Scroll to Top