ค่าระวางเรือ หรือ Ocean Freight Rate คือค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทุกรายต้องรู้จัก ราคาค่าระวางเรือไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เส้นทางเดินเรือ ขนาดของสินค้า รูปแบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น FCL (เช่าตู้เต็มใบ) หรือ LCL (รวมสินค้ากับผู้ส่งอื่น) รวมถึงสภาวะตลาดขนส่งโลกในช่วงนั้น ช่วยให้คุณเข้าใจวิธีคำนวณค่าระวางเรือ และเลือกรูปแบบขนส่งที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้อย่างถูกต้อง
ปีประสบการณ์
ประเทศครอบคลุม
FCL & LCL
ใบเสนอราคา
ค่าระวางเรือ คืออะไร?
ค่าระวางเรือ หรือในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Ocean Freight Rate (หรือ Ocean Freight Charge) คือ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศ จากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทาง ถือเป็นต้นทุน Logistics หลักที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าต้องทราบในการทำธุรกิจ โดยปกติแล้ว อัตราค่าระวางเรือจะแบ่งเงื่อนไขการชำระออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ Freight Prepaid (ผู้ขายหรือต้นทางเป็นผู้จ่ายค่าขนส่ง) และ Freight Collect (ผู้ซื้อหรือปลายทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง) การเข้าใจโครงสร้างค่าเฟรทเรือที่ถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจของคุณควบคุมต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีคำนวณค่าระวางเรือ: FCL และ LCL
การคำนวณค่าระวางเรือจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจองพื้นที่ระวางขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นแบบเหมาตู้หรือแบบรวมตู้ ซึ่งค่าระวางเรือ FCL LCL จะมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน ดังนี้
FCL (Full Container Load) — เหมาตู้คอนเทนเนอร์
คิดค่าระวางตามจำนวนตู้ ไม่ว่าจะบรรจุสินค้าเต็มหรือไม่ก็ตาม เหมาะกับสินค้าปริมาณมากที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยสูง โดยค่าระวางเรือ 20 ฟุต 40 ฟุต จะมีราคามาตรฐานของแต่ละสายเรือแตกต่างกัน
- ตู้ 20 ฟุต (TEU): รองรับสินค้าสูงสุดประมาณ 28 CBM หรือ 20,000 กก.
- ตู้ 40 ฟุต (FEU): รองรับสินค้าสูงสุดประมาณ 58 CBM หรือ 26,500 กก.
- ตู้ 40 ฟุต High Cube: รองรับสินค้าสูงสุดประมาณ 68 CBM
LCL (Less Container Load) — รวมตู้คอนเทนเนอร์
คิดค่าระวางตามปริมาตร CBM (ลูกบาศก์เมตร) หรือน้ำหนัก W/M (Weight/Measurement) แล้วเลือกใช้ค่าที่สูงกว่ามาคำนวณ รูปแบบนี้เหมาะกับสินค้าปริมาณน้อยที่ไม่ถึงขนาดเหมาตู้
- สูตรการคำนวณค่าระวางเรือ CBM: กว้าง (ม.) × ยาว (ม.) × สูง (ม.) = CBM
- ตัวอย่าง: สินค้าขนาด 2 × 1.5 × 1 ม. = 3 CBM
ไม่แน่ใจว่าควรเลือก FCL หรือ LCL?
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราค่าระวางเรือ
ค่าระวางเรือไม่ได้มีราคาตายตัวเสมอไป มีหลายปัจจัยที่ทำให้ราคา Ocean Freight Rate ปรับเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา
เส้นทางและระยะทาง
ท่าเรือต้นทางและปลายทางส่งผลโดยตรงต่อราคา เส้นทางหลักที่มีความต้องการสูง เช่น ไทย-ยุโรป หรือ ค่าระวางเรือไปจีน มักมีอัตราการแข่งขันและรอบเรือที่หลากหลายกว่า
ประเภทและลักษณะสินค้า
สินค้าทั่วไป (General Cargo) จะมีราคาค่าระวางที่มาตรฐานกว่า ส่วนสินค้าพิเศษ เช่น สินค้าอันตราย (DG), สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer), หรือสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (OOG) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ฤดูกาลและความต้องการตลาด
ในช่วง Peak Season (Q3-Q4) อัตราค่าระวางเรือจะสูงขึ้นตามปริมาณความต้องการ โดยเฉพาะช่วงก่อนคริสต์มาสและตรุษจีน
ขนาดตู้และประเภทตู้
ค่าระวางตู้ 20 และ 40 ฟุตมีราคาพื้นฐานต่างกัน และถ้าเป็นตู้พิเศษอย่าง Open Top หรือ Flat Rack ก็จะมีต้นทุนที่สูงกว่าตู้ธรรมดา
Surcharge ต่างๆ
นอกเหนือจากค่าระวางหลัก ยังมีค่าธรรมเนียมบวกเพิ่ม เช่น BAF (ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง), CAF (ค่าความผันผวนของสกุลเงิน), หรือ PSS (ค่าธรรมเนียมช่วงหน้าเทศกาล)
ต้องการทราบค่าระวางเรือเส้นทางที่คุณต้องการ?
ขั้นตอนการทำ Customs Clearance กับ Freight Rangers
เจรจาราคากับสายเรือแทนคุณ
Freight Rangers มีความสัมพันธ์อันดีและคอนเนคชันโดยตรงกับสายเรือชั้นนำ เราจึงสามารถช่วยเจรจาเพื่อให้คุณได้ค่าระวาง Sea Freight ที่คุ้มค่าที่สุด
เปรียบเทียบหลายสายเรือให้คุณ
เราไม่ผูกขาดกับสายเรือใดสายเรือหนึ่ง ทีมงานจะทำการเปรียบเทียบอัตราค่าระวางเรือจากหลากหลายสายเรือพร้อมกัน เพื่อส่งมอบตัวเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับงบประมาณของคุณ
จัดการเอกสารครบทุกรายการ
ตั้งแต่ Bill of Lading, Customs Declaration ไปจนถึง Certificate of Origin ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราจะดูแลให้ครบถ้วน เพื่อให้สินค้าผ่านด่านได้อย่างราบรื่น
ติดตามสินค้าแบบ Real-time
เราอัปเดตสถานะตู้คอนเทนเนอร์ของคุณตลอดการเดินทาง และมีการแจ้งเตือนทันทีเมื่อสินค้าถึงท่าเรือปลายทางและผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อย
ลูกค้าที่ไว้วางใจ Rangers ในการส่งของไปต่างประเทศ
ตัวอย่างผลงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าระวางเรือ
ค่าระวางเรือ คืออะไร?
ค่าระวางเรือ หรือ Ocean Freight Rate คือค่าใช้จ่ายหลักในการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศ โดยคิดเป็นค่าบริการนำพาสินค้าจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทาง ซึ่งจะแตกต่างจากค่าธรรมเนียมส่วนอื่น เช่น ค่า THC หรือค่าผ่านพิธีการศุลกากร
ค่าระวางเรือคำนวณอย่างไร?
รูปแบบ FCL (เหมาตู้) จะคิดราคาตามจำนวนตู้ (เช่น ราคาต่อตู้ 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต) ส่วนรูปแบบ LCL (รวมตู้) จะคิดราคาตาม CBM (ปริมาตร) หรือตามน้ำหนัก W/M แล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
ค่าระวางเรือกับค่าเฟรท ต่างกันยังไง?
เป็นคำเดียวกัน “ค่าเฟรทเรือ” (Freight Rate) เป็นคำศัพท์ที่คนในวงการโลจิสติกส์นิยมเรียกกันติดปาก ส่วน “ค่าระวางเรือ” เป็นคำภาษาไทยที่เป็นทางการ ทั้งสองคำหมายถึงค่าขนส่งสินค้าทางเรือข้ามประเทศเช่นเดียวกัน
ค่าระวางเรือมีราคาตายตัวไหม?
ไม่มีราคาตายตัว อัตราค่าระวางเรือจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามกลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาด ฤดูกาลขนส่ง เส้นทางเดินเรือ และปัจจัยระดับโลก เช่น ราคาน้ำมันดิบ แนะนำให้เช็คราคาก่อนทำการ Booking ทุกครั้ง
ควรเลือก FCL หรือ LCL?
หากสินค้าของคุณมีปริมาตรเกิน 15 CBM ขึ้นไป การเหมาตู้ FCL มักจะคุ้มค่ากว่าและปลอดภัยกว่า แต่หากสินค้าน้อยกว่านั้น การส่งแบบแชร์ตู้ LCL จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนของสินค้าด้วยเช่นกัน
ค่าระวางเรือรวม THC และ Customs Clearance ด้วยไหม?
โดยทั่วไปแล้ว ค่าระวางเรือจะครอบคลุมเฉพาะส่วนของ Ocean Freight เท่านั้น ค่าบริการอื่นๆ อย่าง THC, ค่าทำเอกสาร, และ Customs Clearance จะถูกแจกแจงแยกออกมาต่างหากในใบเสนอราคา ซึ่ง Freight Rangers จะแสดงรายละเอียดเหล่านี้อย่างโปร่งใส
ระยะเวลาขนส่งทางเรือนานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับเส้นทางและท่าเรือปลายทาง เช่น ไทย-จีน (Shanghai) ใช้เวลาประมาณ 5–10 วัน, ไทย-ยุโรป (Hamburg/Rotterdam) ใช้เวลา 25–35 วัน, ส่วนไทย-สหรัฐอเมริกา (New York/LA) อาจใช้เวลา 30–45 วัน (นี่เป็น Transit Time โดยประมาณ ยังไม่รวมเวลาดำเนินพิธีการศุลกากร)
Freight Rangers ช่วยเจรจาค่าระวางเรือให้ได้ไหม?
แน่นอน ทีมงานของเรามีความสัมพันธ์โดยตรงกับสายเรือระดับโลก และเรายังเป็นสมาชิกของเครือข่าย WCA และ Logifem ทำให้เรามีศักยภาพในการเจรจาค่าระวางเรือให้คุณได้ในราคาที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง
