
HS Code คือรหัสมาตรฐานที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าในการนำเข้าและส่งออก โดยในไทยมักเรียกว่า “พิกัดศุลกากร” รหัสนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการคำนวณอัตราอากร ภาษีนำเข้า เอกสารศุลกากร และขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้า หากระบุผิด อาจทำให้สินค้าติดด่าน ถูกประเมินอากรใหม่ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บทความนี้จะพาเข้าใจโครงสร้าง HS Code และวิธีเช็คพิกัดศุลกากรจากระบบของกรมศุลกากรแบบเป็นขั้นตอน

HS Code มีโครงสร้างยังไง ทำไมต้องแบ่งเป็นตอน ประเภท และประเภทย่อย
HS Code หรือพิกัดศุลกากรไม่ได้เป็นเลขสุ่ม แต่เป็นรหัสที่แบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะ วัสดุ ส่วนประกอบ และการใช้งาน โดยระบบสากลจะใช้รหัสหลัก 6 หลัก ส่วนประเทศไทยมีการแตกย่อยเพิ่มเติมตามระบบอาเซียนและรหัสสถิติ เพื่อใช้กับการนำเข้าและการจัดเก็บข้อมูลให้ละเอียดขึ้น
โครงสร้างโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น
- ตอน ใช้จัดกลุ่มสินค้าระดับกว้าง เช่น สินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ โลหะ เครื่องจักร หรือสิ่งทอ
- ประเภท ใช้จำแนกสินค้าให้เฉพาะขึ้นภายในตอนนั้น ๆ
- ประเภทย่อย ใช้แยกสินค้าที่มีรายละเอียดใกล้เคียงกัน เช่น วัสดุ ลักษณะ หรือวัตถุประสงค์การใช้งาน
- รหัสสถิติ ใช้ในไทยเพื่อแยกรายละเอียดสินค้าและข้อมูลทางสถิติให้ชัดเจนขึ้น
| ระดับรหัส | จำนวนหลักโดยประมาณ | ความหมาย |
| ตอน / Chapter | 2 หลักแรก | กลุ่มสินค้าหลัก |
| ประเภท / Heading | 4 หลักแรก | ประเภทสินค้าภายในกลุ่ม |
| ประเภทย่อยสากล / HS Subheading | 6 หลักแรก | รายละเอียดสินค้าตามมาตรฐานสากล |
| พิกัดอาเซียน / AHTN | 8 หลัก | รายละเอียดที่ใช้ร่วมกันในอาเซียน |
| รหัสสถิติของไทย | 11 หลัก | รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการนำเข้าและสถิติในไทย |
ทำไมต้องแบ่งรหัสออกเป็นชั้น ๆ
การแบ่งรหัสออกเป็นหลายชั้นช่วยให้แต่ละประเทศจำแนกสินค้าได้ด้วยมาตรฐานเดียวกันในระดับสากล ก่อนจะแตกย่อยตามระบบของประเทศนั้น ๆ ทำให้การค้นหาพิกัด การเทียบอัตราอากร และการตรวจสอบเอกสารทำได้เป็นระบบมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น สินค้าสองชิ้นอาจอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่ต่างกันที่วัสดุหรือการใช้งาน รหัสที่ละเอียดขึ้นจะช่วยแยกสินค้าเหล่านี้ออกจากกัน และทำให้การประเมินอากรตรงกับสินค้าจริงมากกว่า
หลักสากลกับของไทยใช้เหมือนกันไหม
หลักสากลของ HS Code ใช้ 6 หลักแรกเป็นมาตรฐานร่วมกัน แต่ประเทศไทยใช้รหัสที่ละเอียดกว่า โดยทั่วไปจะพบทั้งระดับ 8 หลัก และรหัสสถิติ 11 หลัก เพื่อแยกรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมสำหรับการจัดเก็บอากรและข้อมูลการนำเข้า
ดังนั้น เวลาค้นหาพิกัดศุลกากรสำหรับนำเข้าไทย ไม่ควรดูแค่ HS Code 6 หลักจากต่างประเทศเท่านั้น ควรตรวจสอบพิกัดที่ใช้ในไทยจากระบบของกรมศุลกากรอีกครั้ง
รู้ได้ยังไงว่าสินค้าที่จะนำเข้าใช้ HS Code อะไร?
ก่อนค้นหา HS Code ควรสรุปข้อมูลสินค้าของตัวเองให้ชัดเจนก่อน เพราะระบบค้นหาพิกัดไม่ได้ดูแค่ชื่อสินค้า แต่พิจารณาจากลักษณะจริงของสินค้า วัสดุ ส่วนประกอบ และการใช้งานหลัก หากข้อมูลไม่ชัด อาจเลือกพิกัดผิดตั้งแต่ต้น
ข้อมูลที่ควรเตรียมมี 3 อย่าง
- สินค้าทำจากวัสดุอะไร เช่น พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม ผ้า ไม้ ยาง หรือวัสดุผสม
- มีส่วนประกอบหรือโครงสร้างแบบไหน เช่น เป็นชิ้นส่วน อุปกรณ์สำเร็จรูป เครื่องจักร ของใช้ในบ้าน หรือวัตถุดิบ
- ใช้งานหลักเพื่ออะไร เช่น ใช้ในโรงงาน ใช้กับรถยนต์ ใช้ทางการแพทย์ ใช้ตกแต่ง หรือใช้บริโภค
เช็คพิกัดศุลกากรขาเข้าจากเว็บกรมศุลกากร มีขั้นตอนอะไรบ้าง
การเช็คพิกัดศุลกากรขาเข้า ควรเริ่มจากระบบสืบค้นพิกัดอัตราศุลกากรหรือ e-Tariff บนเว็บไซต์กรมศุลกากร เพื่อดูรหัสพิกัด คำอธิบายสินค้า และข้อมูลอัตราอากรที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ควรใช้ข้อมูลจากผู้ขายต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนเบื้องต้นคือ
- เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากรที่ customs.go.th แล้วไปที่เมนูบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร
- ใช้คำค้นจากข้อมูลสินค้า เช่น วัสดุ ลักษณะสินค้า หรือการใช้งานหลัก
- ระบบจะแสดงรายการตอน ประเภท ประเภทย่อย หรือรหัสเต็มที่เกี่ยวข้อง
- อ่านคำอธิบายสินค้าในแต่ละผลลัพธ์ แล้วเทียบกับสินค้าจริงอย่างละเอียด
- ตรวจสอบอัตราอากร เงื่อนไข และประกาศที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปพิกัด
นำเข้าครั้งแรก ต้องรู้พิกัดก่อนสั่งของเลยไหม ถามใครได้บ้าง
ควรรู้พิกัดก่อนสั่งของ โดยเฉพาะถ้าเป็นสินค้ามูลค่าสูง สินค้าที่มีหลายวัสดุ หรือสินค้าที่ต้องขอใบอนุญาต เพราะ HS Code มีผลต่อการประเมินอากร ภาษี และเอกสารนำเข้า หากไม่แน่ใจ สามารถสอบถามกรมศุลกากรโดยตรง หรือใช้บริการจำแนกประเภทพิกัดล่วงหน้าของกรมศุลกากรได้

พิกัดศุลกากรขาเข้า เกี่ยวข้องกับอัตราอากรและภาษียังไง
พิกัดศุลกากรขาเข้าเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้เชื่อมกับอัตราอากรและภาษีที่ต้องชำระเมื่อนำสินค้าเข้าไทย รหัสพิกัดที่ต่างกันอาจมีอัตราอากรต่างกัน แม้สินค้าจะดูคล้ายกันในเชิงการใช้งานก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรฟันธงตัวเลขอัตราอากรจากชื่อสินค้าอย่างเดียว เพราะอัตราอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- รหัสพิกัดที่ถูกต้อง
- ประเทศต้นทาง
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือ FTA
- ประกาศหรือข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า
- ใบอนุญาตหรือมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ก่อนคำนวณต้นทุนนำเข้า ควรตรวจสอบพิกัดและอัตราอากรจากกรมศุลกากรหรือประกาศที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าระบุพิกัดสินค้าผิด?
หากระบุ HS Code ผิด ผลกระทบอาจไม่ได้จบแค่เอกสารผิด แต่ส่งผลต่อกระบวนการนำเข้าโดยตรง เพราะพิกัดสินค้าเกี่ยวข้องกับอัตราอากร ภาษี ใบอนุญาต และขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้า
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- สินค้าติดด่านหรือต้องตรวจสอบเพิ่ม ทำให้ระยะเวลาปล่อยสินค้านานขึ้น
- ถูกประเมินอากรใหม่ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าพิกัดที่สำแดงไม่ตรงกับสินค้าจริง
- มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าฝากตู้ ค่าคลังสินค้า หรือค่าแก้ไขเอกสาร
- อาจมีค่าปรับหรือผลทางกฎหมาย หากเป็นการสำแดงผิดที่มีผลต่อภาษีหรือเงื่อนไขนำเข้า
การระบุพิกัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Customs Clearance ที่ควรตรวจให้เรียบร้อยก่อนยื่นเอกสารจริง
มีชิปปิ้งหรือบริษัทที่ช่วยหาพิกัดศุลกากรให้ไหม คิดค่าบริการยังไง
มีบริษัทนำเข้าส่งออกชิปปิ้ง และผู้ให้บริการด้านศุลกากรที่ช่วยตรวจสอบพิกัดสินค้าเบื้องต้นได้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนอะไหล่ สินค้าหลายวัสดุ หรือสินค้าที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
ค่าบริการมักขึ้นอยู่กับ
- ความซับซ้อนของสินค้า
- จำนวนรายการสินค้า
- ขอบเขตงาน เช่น ตรวจพิกัดอย่างเดียว หรือรวมทำเอกสารนำเข้า
- ความเร่งด่วนของงาน
- ต้องประสานหน่วยงานเพิ่มเติมหรือไม่
หากต้องการผู้ช่วยดูภาพรวมการนำเข้า สามารถศึกษาบริการของบริษัทนำเข้าส่งออก เพื่อเข้าใจขอบเขตงานก่อนตัดสินใจได้
สรุป
HS Code คือรหัสสำคัญที่ควรรู้ตั้งแต่ก่อนเริ่มนำเข้า เพราะใช้จำแนกสินค้า เชื่อมกับอัตราอากร ภาษีนำเข้า ใบอนุญาต และขั้นตอนศุลกากร หากระบุพิกัดผิด อาจทำให้สินค้าติดด่าน ถูกประเมินอากรใหม่ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ก่อนนำเข้า ควรสรุปรายละเอียดสินค้าให้ชัดเจน ตรวจสอบพิกัดจากระบบของกรมศุลกากร และเทียบคำอธิบายสินค้าให้ตรงกับสินค้าจริง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษากรมศุลกากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนำเข้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงก่อนสั่งสินค้าและยื่นเอกสารจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. HS Code กับพิกัดศุลกากร คือคำเดียวกันไหม?
ใกล้เคียงกันมาก โดย HS Code คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกสินค้า ส่วนพิกัดศุลกากรในไทยมักหมายถึงรหัสที่ใช้ในระบบศุลกากรไทย ซึ่งอาจมีการแตกย่อยมากกว่า 6 หลักตามระบบของไทย
2. สินค้าชนิดเดียวกัน ใช้ HS Code เหมือนกันทุกประเทศไหม?
หลักสากล 6 หลักแรกมักใช้ร่วมกัน แต่แต่ละประเทศอาจแตกย่อยรหัสเพิ่มเติมต่างกัน เช่น ไทยใช้ระดับ 8 หลักและรหัสสถิติ 11 หลัก จึงควรตรวจสอบพิกัดของประเทศปลายทางอีกครั้ง
3. เช็คพิกัดศุลกากรออนไลน์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม?
การสืบค้นพิกัดผ่านระบบของกรมศุลกากรโดยทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมศุลกากร แต่หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สินค้าเฉพาะราย อาจมีค่าบริการตามขอบเขตงาน
4. พิกัดศุลกากรเปลี่ยนแปลงได้ไหม ต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน?
พิกัดศุลกากรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับปรุงของระบบสากล ประกาศอาเซียน หรือประกาศในประเทศ ผู้นำเข้าควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดทุกครั้งก่อนนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้สั่งเป็นประจำ
5. ไม่แน่ใจพิกัดที่หาได้ ควรทำยังไงก่อนนำเข้าจริง?
ควรเตรียมรายละเอียดสินค้าให้ครบ เช่น รูปสินค้า วัสดุ ส่วนประกอบ วิธีใช้ และเอกสารจากผู้ขาย จากนั้นสอบถามกรมศุลกากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนำเข้า ก่อนสั่งซื้อหรือยื่นเอกสารศุลกากรจริง

ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานตั้งแต่ปี 2014 มากกว่า 12 ปีและได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 เราเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ครบวงจร มุ่งมั่นให้บริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจคุณ
