L/C ย่อมาจาก Letter of Credit คือ หนังสือที่ธนาคารของผู้ซื้อออกให้ผู้ขาย เพื่อรับรองว่าธนาคารจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าสินค้า เมื่อผู้ขายยื่นเอกสารครบและตรงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ โดยถือเป็นเอกสารที่ป้องกันความเสี่ยงในการชำระเงิน เพราะช่วยให้ผู้ขายมั่นใจว่าจะได้เงิน และผู้ซื้อมั่นใจว่าจะจ่ายเงินเมื่อมีหลักฐานการส่งของแล้ว จึงนิยมใช้ในการค้าระหว่างประเทศที่คู่ค้ายังไม่รู้จักกันดี

Letter of Credit (L/C) ทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของ Letter of Credit ขึ้นอยู่กับความถูกต้องเอกสารเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวสินค้าโดยตรง ส่วนใหญ่จะตรวจเอกสารภายใต้กฎ UCP 600 ของหอการค้านานาชาติ (ICC) ซึ่งให้ธนาคารมีเวลาตรวจเอกสารสูงสุด 5 วันทำการหลังวันที่ได้รับเอกสาร ถ้าเอกสารถูกต้อง ธนาคารต้องจ่ายเงินตามเงื่อนไข แม้ผู้ซื้อจะเปลี่ยนใจภายหลังก็ตาม
ใครเกี่ยวข้องบ้างในธุรกรรม L/C
- ผู้ซื้อ (Applicant) ผู้นำเข้าที่ขอให้ธนาคารเปิด L/C เพื่อชำระค่าสินค้า
- ผู้ขาย (Beneficiary) ผู้ส่งออกที่จะได้รับเงิน
- ธนาคารผู้เปิด L/C (Issuing Bank) ธนาคารของผู้ซื้อและเป็นผู้รับภาระจ่ายเงิน
- ธนาคารผู้รับแจ้ง (Advising Bank) ธนาคารในประเทศผู้ขาย ทำหน้าที่แจ้ง L/C และส่งต่อเอกสาร
L/C ต่างจากการโอนเงินแบบ T/T อย่างไร?
T/T (Telegraphic Transfer) คือ การโอนเงินตรงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยไม่มีธนาคารรับประกัน ส่วน L/C มีธนาคารรับรองการจ่ายเงินเมื่อเอกสารครบ L/C จึงปลอดภัยกว่าสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่มีค่าธรรมเนียมและขั้นตอนเยอะกว่า
| T/T (Telegraphic Transfer) | L/C (Letter of Credit) | |
| ความเสี่ยงฝั่งผู้ซื้อ | ถ้าโอนก่อนแล้วผู้ขายไม่ส่งของ เสี่ยงเสียเงินเปล่า | จ่ายก็ต่อเมื่อผู้ขายยื่นเอกสารการส่งมอบสินค้าตามเงื่อนไข |
| ความเสี่ยงฝั่งผู้ขาย | ถ้าส่งของไปก่อน ผู้ซื้ออาจเบี้ยวค่าสินค้า | ธนาคารรับรองการจ่ายเงินเมื่อเอกสารถูกต้อง |
| ค่าธรรมเนียม/ต้นทุน | ค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามประเทศตามปกติ | มีค่าธรรมเนียมเปิด L/C ค่าธรรมเนียมรับแจ้ง และค่าตรวจสอบเอกสาร ตามอัตราของแต่ละธนาคาร |
| ความรวดเร็วและขั้นตอน | ใช้เวลาค่อนข้างเร็ว เพราะขั้นตอนน้อย | ใช้เวลามากกว่า เพราะต้องเปิด L/C และตรวจสอบเอกสาร |
ดีลแบบไหนถึงคุ้มที่จะใช้ L/C แทนการโอนเงินตรง?
- ซื้อขายกับคู่ค้ารายใหม่ที่ไม่เคยร่วมธุรกิจกันมาก่อน เพราะยังไม่ไว้วางใจเรื่องการจ่ายเงินและส่งมอบสินค้า
- มูลค่ารายการสั่งซื้อสูงมาก หากเกิดการเบี้ยวค่าใช้จ่ายจะกระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจได้
- คู่ค้าอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการชำระเงิน มีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศค่อนข้างสูง
ขั้นตอนการขอ L/C ตั้งแต่ตกลงซื้อขายจนธนาคารจ่ายเงินมีอะไรบ้าง?
ขั้นตอนการยื่นขอ L/C มีด้วยกัน 7 ขั้นตอน เริ่มจากผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงใช้ L/C ในสัญญา จนถึงธนาคารจ่ายเงินให้ผู้ขาย ดังนี้
- ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขาย และระบุในสัญญาว่าจะชำระเงินด้วย L/C
- ผู้ซื้อยื่นคำขอเปิด L/C กับธนาคารของตน ระบุเอกสารที่ต้องการและวันส่งสินค้าล่าสุด
- ธนาคารผู้เปิดส่ง L/C ไปยังธนาคารผู้รับแจ้งในประเทศผู้ขาย เพื่อให้ธนาคารนั้นแจ้งและส่งมอบ L/C ต้นฉบับให้ผู้ขายตรวจสอบ
- ผู้ขายตรวจเงื่อนไข L/C แล้วส่งสินค้าผ่าน Freight Forwarder หรือสายเรือ เพื่อรับเอกสารขนส่ง
- ผู้ขายรวบรวมเอกสารตามที่ L/C กำหนด และยื่นต่อธนาคารในประเทศของตนภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ธนาคารตรวจเอกสาร ถ้าถูกต้องตามเงื่อนไข ธนาคารจะแจ้งให้ผู้ซื้อมาชำระเงิน
- ผู้ซื้อชำระเงินให้ธนาคาร แล้วรับเอกสารไปออกสินค้าที่ท่าปลายทาง
สิ่งที่ผู้ซื้อต้องเตรียมก่อนเปิด L/C กับธนาคาร
- วงเงินสินเชื่อการค้า ผู้ซื้อต้องได้รับการอนุมัติวงเงิน L/C จากธนาคาร
- เอกสารการซื้อขาย เช่น Sales Contract, Purchase Order หรือ Proforma Invoice ที่ระบุรายละเอียดสินค้า ราคา ปริมาณ เงื่อนไขการส่งมอบ และเงื่อนไขการชำระเงิน
- แบบคำขอเปิด L/C ของธนาคาร ที่กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรายการเอกสาร การชำระเงิน และวันหมดอายุของ L/C
สิ่งที่ผู้ซื้อต้องตกลงกับผู้ขายให้เรียบร้อย คือ ประเภทของ L/C (จ่ายเงินทันทีหรือมีเครดิตเทอม) เอกสารที่ต้องเตรียม ระยะเวลาการส่งสินค้า และวันหมดอายุของ L/C

ธนาคารเรียกดูเอกสารอะไรบ้างตอนเรียกเก็บเงินภายใต้ L/C?
เมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะต้องรวบรวมเอกสารสำคัญยื่นต่อธนาคาร ซึ่งอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ โดยเอกสารหลักที่มักขอตรวจสอบมีดังนี้
- ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) ระบุรายละเอียดสินค้าตรงกับ L/C
- Bill of Lading หรือ Air Waybill B/L ต้นฉบับครบชุดสำหรับขนส่งทางเรือ หรือ Air Waybill สำหรับขนส่งทางอากาศ
- ใบกำกับสินค้า (Packing List) แสดงจำนวนหีบห่อและน้ำหนัก
- หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) กรณีผู้ซื้อต้องใช้สิทธิลดภาษี
- กรมธรรม์ประกันภัยการขนส่งสินค้า (Insurance Policy) กรณีผู้ขายเป็นผู้ทำประกัน เช่น เทอม CIF หรือ CIP
สาเหตุที่เอกสารขนส่งต้องออกให้ตรงเงื่อนไข L/C ทุกตัวอักษร เพราะธนาคารรับความเสี่ยงทางการเงินแทนผู้ซื้อ รวมถึงธนาคารตรวจเฉพาะเอกสาร ไม่ได้เห็นตัวสินค้า ถ้าข้อมูลไม่ตรงกันหรือระบุวันส่งสินค้าผิด ธนาคารมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายเงินทันที ผู้ขายจึงควรส่งเงื่อนไข L/C ให้ Freight Forwarder ตรวจก่อนออก B/L
เอกสารมี Discrepancy จนธนาคารไม่จ่ายเงิน ต้องแก้อย่างไร?
Discrepancy คือ ความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารกับเงื่อนไขใน L/C เมื่อธนาคารพบ Discrepancy ธนาคารไม่มีภาระต้องจ่ายเงิน ทางแก้หลักมี 2 ทาง คือ แก้เอกสารแล้วยื่นใหม่ก่อน L/C หมดอายุ หรือให้ผู้ซื้อยอมรับ Discrepancy ซึ่งธนาคารจะสอบถามผู้ซื้อก่อนตัดสินใจ
Discrepancy ที่เจอบ่อยในเอกสาร L/C
- ส่งสินค้าหลังวันสุดท้ายที่ต้องส่งสินค้า (Latest Shipment Date) ที่กำหนดใน L/C
- ยื่นเอกสารช้า โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 21 วันหลังวันส่งสินค้า และไม่เกินวันหมดอายุ L/C
- รายละเอียดสินค้าใน Invoice ไม่ตรงกับ L/C
- ข้อมูลในเอกสารแต่ละฉบับขัดแย้งกัน เช่น น้ำหนักใน Packing List ไม่ตรงกับ B/L
- ขาดเอกสาร ขาดการประทับตรา หรือยื่นต้นฉบับไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด
สำหรับวิธีการป้องกันปัญหา Discrepancy ตั้งแต่ต้น คือ ตรวจร่าง L/C ก่อนธนาคารออกฉบับจริง ว่าเงื่อนไขทุกข้อทำได้จริง และให้ทุกฝ่ายที่ออกเอกสารใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน โดยชื่อ พิกัดสินค้า จำนวน น้ำหนัก และข้อความพิเศษ ต้องตรงกันทุกฉบับ
Standby L/C กับ L/C ปกติต่างกันอย่างไร?
Standby L/C ต่างจาก L/C ปกติที่วัตถุประสงค์ L/C ปกติใช้จ่ายเงินค่าสินค้าทุกล็อต ส่วน Standby L/C เป็นหลักประกันที่ถูกเรียกใช้เฉพาะเมื่อผู้ซื้อผิดนัดชำระ
| L/C | Standby L/C | |
| วัตถุประสงค์ | ใช้เป็นช่องทางหลักในการชำระเงินค่าสินค้า | ทำหน้าที่คล้ายหลักประกันของธนาคาร |
| การชำระเงิน | ธนาคารจ่ายเงินผ่าน L/C ทุกล็อต | ผู้ซื้อจ่ายตรงให้ผู้ขาย เช่น โอนแบบ T/T |
| ใช้เมื่อไหร่ | ทุกครั้งที่ผู้ขายยื่นเอกสารถูกต้อง | กรณีผู้ซื้อผิดนัดชำระเงิน |
| กฎที่ใช้กำกับ | UCP 600 | UCP 600 หรือ ISP98 |
ประเภท L/C อื่น ๆ ที่ควรรู้
- Sight L/C ธนาคารจ่ายเงินทันทีเมื่อตรวจเอกสารแล้วถูกต้อง
- Usance L/C ธนาคารรับรองว่าจะจ่ายเงินในอนาคต เช่น 60 หรือ 90 วันนับจากวันที่ใน B/L หรือวันที่ยื่นเอกสาร ผู้ซื้อจึงมีเวลาขายสินค้าก่อนชำระ
- Confirmed L/C มีธนาคารในประเทศผู้ขายร่วมรับรองการจ่ายเงินอีกชั้น
สรุป
Letter of Credit คือ เครื่องมือที่ให้ธนาคารเป็นคนกลางรับรองการชำระเงิน หัวใจสำคัญของ L/C อยู่ที่เอกสาร ทุกฉบับต้องตรงกับเงื่อนไขและระบุเนื้อหาตรงกัน สำหรับบริษัทนำเข้าส่งออก ผู้ซื้อควรกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ขายทำได้จริง ส่วนผู้ขายควรมีผู้ช่วยตรวจเอกสารขนส่งก่อนยื่นธนาคาร
โดย Freight Rangers เป็น Freight Forwarder ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2014 และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ดูแลทั้งการจองระวาง เอกสารขนส่ง และพิธีการศุลกากรในที่เดียว จึงตรวจข้อมูลใน B/L ให้สอดคล้องกับเงื่อนไข L/C ได้ตั้งแต่ก่อนสินค้าออกเดินทาง ช่วยลดโอกาสเกิด Discrepancy ที่ทำให้การรับเงินล่าช้าด้วย
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ Letter of Credit (FAQ)
L/C ใช้กฎสากลอะไรกำกับ?
L/C ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ UCP 600 (Uniform Customs and Practice for Documentary Credits) ของหอการค้านานาชาติ (ICC) ซึ่งกำหนดหลักการตรวจเอกสาร ระยะเวลาการยื่นและตรวจเอกสาร รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของธนาคาร
L/C มีวันหมดอายุไหม ถ้าส่งของไม่ทันกำหนดต้องทำอย่างไร?
มี L/C ทุกฉบับมีวันหมดอายุ (Expiry Date) และมักกำหนดวันส่งสินค้าล่าสุดด้วย ถ้าผู้ขายส่งของไม่ทัน ต้องขอแก้ไข L/C (Amendment) เพื่อขยายวัน ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากธนาคารผู้เปิด ธนาคารผู้ยืนยัน (ถ้ามี) และผู้ขายด้วย
ใช้ Surrender B/L หรือ Telex Release กับการชำระเงินแบบ L/C ได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะ L/C ส่วนใหญ่กำหนดให้ยื่น B/L ต้นฉบับครบชุด ธนาคารใช้ B/L ต้นฉบับเป็นหลักประกันว่าผู้ซื้อจะออกสินค้าได้หลังชำระเงินเท่านั้น หากต้องการใช้ Surrender B/L หรือ Telex Release ต้องระบุเงื่อนไขไว้ใน L/C ตั้งแต่แรก และตกลงกับธนาคารให้ชัดเจน

ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานตั้งแต่ปี 2014 มากกว่า 12 ปีและได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 เราเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ครบวงจร มุ่งมั่นให้บริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจคุณ
